เลือกสถานที่จองเลี้ยงอาหาร
หาดใหญ่
ลพบุรี
เริ่มต้นเมื่อ พุทธศักราช 2521 ภายหลังจากนาย ประหยัด ภูหนองโอง ซึ่งตาบอดสนิททั้งสองข้าง ได้ต่อสู้ดิ้นรนศึกษาหาความรู้จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิชาเอกภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยประสานมิตร ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะช่วยเหลือเด็กตาบอดในชนบทที่ขาดโอกาส ให้มีความสามารถเรียนต่อเพื่อพัฒนาชีวิตตนเอง พึ่งตนเองได้และอยู่ร่วมกับสังคมอย่างมีความสุขและสมศักดิ์ศรี นายประหยัดจึงหวนกลับคืนสู่จังหวัดขอนแก่น ภูมิลำเนาเดิมเพื่อริเริ่มดำเนินการเปิดโอกาสให้เด็กตาบอด ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาของชาติ
นายประหยัดได้เริ่มต้นด้วยการเช่าบ้านที่ซอยธารทิพย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เปิดเป็น “สถานคริสเตียนสงเคราะห์การศึกษาคนตาบอด”ขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่สอนหนังสือ และการอ่าน-เขียนอักษรเบรลล์ รวมทั้งการเรียนรู้การใช้ชีวิตประจำวันตลอดจนทักษะการเดินทางก่อนที่จะเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนปกติ ระยะแรกมีเด็กตาบอดเข้าเรียนในสถานสงเคราะห์ จำนวน 13 คน เมื่องานปรากฏประจักษ์เด่นชัด จึงได้มีผู้มีจิตศรัทธา (Mrs. Ross Lim ชาวสิงคโปร์) บริจาคเงินจำนวนหนึ่งหมื่นบาทเพื่อเป็นกองทุนเริ่มต้น
ปีการศึกษา 2522 การดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการเริ่มต้นขึ้น โครงการเรียนร่วมได้เปิดขึ้นครั้งแรกโดยเด็กตาบอดจากสถานคริสเตียนสงเคราะห์การศึกษาคนตาบอด จำนวน 3 คน สามารถผ่านการสอบเข้าเรียนร่วมกับเด็กนักเรียนปกติในโรงเรียนขอนแก่นคริสเตียนซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนของรัฐคือโรงเรียนสานามบิน เพื่อให้การจัดการศึกษาเด็กตาบอดสัมฤทธิ์ผล จึงได้มีการถ่ายทอดความรู้ เทคนิคการสอนเด็กตาบอดให้แก่คณะครูในโรงเรียนทีมีเด็กตาบอดเรียนร่วม
และ การฝึกอบรมผู้ปกครองของเด็กตาบอด ตลอดจนชุมชนในสังคมนั้นๆ ให้มีความเข้าใจและช่วยเหลือเด็กตาบอดตามหลักการ “ชุมชนช่วยชุมชน”
พุทธศักราช 2523 ความสำเร็จเริ่มเด่นชัดขึ้นเป็นลำดับ ผู้มีจิตศรัทธาทั้งประชาชนชาวไทย และ ชาวต่างประเทศได้รับทราบถึงผลสำเร็จ จึงได้บริจาคทุนทรัพย์ เพื่อให้การสนับสนุนต่อความมุ่งมั่น ทุ่มเทและเสียสละของอุดมการณ์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายบุรินทร์ บุริสตระกูล คหบดีชาวจังหวัดขอนแก่นได้บริจาคที่ดินเพื่อใช้ในการก่อสร้างศูนย์พัฒนาศึกษาเด็กตาบอดขอนแก่น และการฝึกอาชีพของคนตาบอด จำนวน 8.5 ไร่ และสมาชิกของคริสตจักรซอย 10 สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์เพื่อซื้อที่ดินเพิ่มเติม จำนวน 3.5 ไร่ รวมเป็น 12 ไร่
พุทธศักราช 2526 นายประหยัดและกลุ่มผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เมื่อวันที่ 23 เดือน กันยายน พุทธศักราช 2526 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้อนุญาตให้จดทะเบียนภายใต้ชื่อ “มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย” มีที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่บ้านเลขที่ 214 หมู่ 10 ถนนประชารักษ์ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจากจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 29 เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2526
พุทธศักราช 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทามพระกรุณา ให้มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย อยู่ในพระบรมพระราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 3 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2527 นำมาซึ่งความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งแก่มูลนิธิฯและคนตาบอดทั่วไป หลังจากนั้น ภารกิจของมูลนิธิฯก็ได้ขยายกว้างขวางออกไปตามลำดับดังนี้
พุทธศักราช 2528 จัดตั้งโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดขอนแก่น
พุทธศักราช 2528 จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาคนตาบอด
พุทธศักราช 2529 จัดตั้งสถานสงเคราะห์ บ้านเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อน กทม.
พุทธศักราช 2530 เริ่มดำเนินโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพคนตาบอดชนบท
พุทธศักราช 2531 กระทรวงการคลังอนุมัติให้เป็นองค์กรสถานสาธารณกุศล อันดับที่ 174
พุทธศักราช 2532 เริ่มดำเนินการศูนย์บริการการศึกษาคนตาบอดและโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด นครราชสีมา
วันพุธที่ 14 เดือนมีนาคม พุทธศักราช 2533
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิด
ศูนย์บริการการศึกษาคนตาบอด นครราชสีมาอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
1
2